รักษ์สุขภาพ กับ “ยาหอม...บ้านหมอหวาน”
วันเสาร์ที่๑๔ ส.ค.๒๕๕๓ เวลา๑๔.๐๐–๑๖.๐๐น. ณ ห้องสมุดนิทรรศน์รัตนโกสินทร์
ยาหอมผลผลิตทางวัฒนธรรมที่อยู่คู่สังคมไทยมากว่าสามศตวรรษ ว่ากันว่าตำรับยาหอมเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในยุคเริ่มต้น ยาหอมถือได้ว่าเป็นของสูง เป็นของหายากที่ใช้กันในหมู่เจ้านายที่มีทรัพย์และมีอำนาจวาสนา เพราะเครื่องยาหลายตัวต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อีกทั้งต้องมีบริวารมากพอจะบด จะร่อน จะปรุงให้ได้ยาหอมคุณภาพดี บวกกับคุณค่าความหมายของ "วัง" ยาหอมยุคนั้นจึงกลายเป็นของที่มีคุณค่า คุณภาพ และมีราคาแพงจนชาวบ้านทั่วไปแทบไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้ใช้
จนรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงปรารภให้กระจายยาดีๆ ไปตามหัวเมืองทั่วประเทศ เพื่อให้ราษฎรที่อยู่ห่างไกลที่หายาแก้โรคภัยได้ยาก ภายใต้ชื่อ "ยาโอสถสภา"(ยาสามัญประจำบ้าน)และจัดตั้งตำรับยาตำราหลวงขึ้น โดยมียาหอมเป็นหนึ่งในนั้น
ยาหอมถือได้เป็นยาสรรพคุณที่ช่วยปรับสมดุลของธาตุลม และ "ลมยังหมายถึงการไหลเวียนของระบบโลหิต ระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาท ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย เลือดลมจึงมีความหมายต่อสุขภาพค่อนข้างกว้าง จนมีคำกล่าวว่า "โรคเลือดลมมี 500จำพวก"เมื่อเลือดลมเป็นปกติก็ย่อมดีต่อหัวใจและสมอง ด้วยสรรพคุณเช่นนี้ ในอดีตยาหอมจึงไม่ได้เป็นเพียงยาประจำเชี่ยนหมากของคุณย่าคุณยาย แต่เป็นยาประจำแทบทุกบ้านและนิยมใช้กันทุกเพศทุกวัย
เมื่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรมเปลี่ยนไป ยาฝรั่งและการรักษาโรคแบบตะวันตกเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย ทำให้แพทย์แผนโบราณเป็นเพียงทางเลือกที่ถูกหลงลืมและถูกเมิน ซึ่งถูกตอกย้ำด้วยทัศนคติของคนรุ่นใหม่ต่อยาหอม ที่ถูกทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่เชย ล้าสมัย และไม่ได้มาตรฐาน
มาร่วมอนุรักษ์ความเป็นไทย รักษ์สุขภาพ กับ “ยาหอม...หมอหวาน“ยาดีประจำบ้าน ของดีชุมชนที่ยังคงอยู่ กับคุณภาสินี ญาโณทัย ทายาทรุ่นที่ ๓ ของหมอหวาน และร่วมสนุกกับการประดิษฐ์”ขวดยาหอม”เป็นของที่ระลึกกลับบ้าน